อนุศาสน์ ๘ อย่าง
อนุศาสน์ แปลว่า การตามสอน คำพร่ำสอน หมายถึง โอวาทหรือคำสอนที่
พระอุปัชฌาย์ต้องสอนแก่ภิกษุใหม่เพื่อให้รู้จักธรรมเนียมปฏิบัติและความเป็นอยู่ของภิกษุ
และให้รู้จักข้อห้ามที่ภิกษุไม่ควรทำเด็ดขาด ประกอบด้วย นิสัย ๔ อกรณียกิจ ๔
นิสสัย คือ ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต (ภิกษุ) มี ๔ อย่าง ได้แก่
๑. เที่ยวบิณฑบาต
๒. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล
๓. อยู่โคนไม้
๔. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า
อกรณียกิจ คือ กิจที่บรรพชิต (ภิกษุ) ทำไม่ได้ มี ๔ อย่าง คือ
๑. เสพเมถุน (มีเพศสัมพันธ์)
๒. ลักของเขา (ถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ให้นำมาเป็นของตนหรือให้ผู้อื่น)
๓. ฆ่าสัตว์ (หมายเอาฆ่ามนุษย์)
๔. พูดอวดคุณวิเศษที่ไม่มีในตน
กิจ ๔ อย่างนี้ภิกษุไม่ควรทำ ถ้าทำต้องขาดจากความเป็นภิกษุ

สิกขา ๓
สิกขา หมายถึง ข้อที่ภิกษุจะต้องศึกษาสำหรับฝึกอบรมตน มี ๓ อย่าง คือ ศีล สมาธิ
และปัญญา
๑. ความสำรวมกาย วาจา ให้เรียบร้อย เรียกว่า ศีล
๒. การฝึกอบรมจิตให้ตั้งมั่น เรียกว่า สมาธิ
๓. ความรอบรู้ในกองสังขาร เรียกว่า ปัญญา
ศีล สมาธิ ปัญญา ทั้ง ๓ นี้ รวมเรียกว่า ไตรสิกขา
สงฆ์ ๒ ประเภท คือ
๑. อริยสงฆ์ หมายถึง พระภิกษุผู้เป็นอริยบุคคลตั้งแต่พระโสดาบันจนถึง
พระอรหันต์
๒. สมมติสงฆ์ หมายถึง ภิกษุตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไปที่สมมติขึ้นเพื่อทำกิจนั้น ๆ
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การกสงฆ์ (พระสงฆ์ผู้ทำกิจ) มี ๔ ประเภท คือ
๒.๑ จตุวรรค คือ ภิกษุมีจำนวน ๔ รูป ทำสังฆกรรมได้ทุกอย่าง ยกเว้น
ปวารณาให้ผ้ากฐิน อุปสมบท และอัพภาน (จตุ แปลว่า ๔)
๒.๒ ปัญจวรรค คือ ภิกษุมีจำนวน ๕ รูปขึ้นไป ทำสังฆกรรม คือ ทำปวารณา
ให้ผ้ากฐิน และให้อุปสมบทในปัจจันตประเทศ ได้ (ปัญจ แปลว่า ๕)
๒.๓ ทสวรรค คือ ภิกษุมีจำนวน ๑๐ รูปขึ้นไป ทำสังฆกรรมได้ทุกอย่าง
และให้อุปสมบทในมัธยมประเทศได้ (ทส แปลว่า ๑๐)
๒.๔ วีสติวรรค คือ ภิกษุมีจำนวน ๒๐ รูปขึ้นไป ทำสังฆกรรมได้ทุกอย่างและ
ทำอัพภานได้ (วีสติ แปลว่า ๒๐)

อัฏฐวาจิกาอุปสัมปทา (การบวชภิกษุณี)
อัฏฐวาจิกาอุปสัมปทา คือ การอุปสมบทมีวาจา ๘ คือ บวชด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา
๒ ครั้ง จากสงฆ์สองฝ่าย คือ จากภิกษุณีสงฆ์ครั้งหนึ่งจากภิกษุสงฆ์ครั้งหนึ่ง (พระธรรมปิฏก
(ป.อ.ปยุตโต) ๒๕๓๘ – ๔๓๑)

ที่มา : หนังสือหลักสูตรนักธรรมตรี

Comments are closed.